



นางสาว พ. เป็นเด็กด้อยอากาศ
เพราะทำแต่งานๆๆ จึงได้สูดแต่กลิ่นเครื่องปรับอากาศในออฟฟิศ
ฤกษ์งามยามดี มีโอกาสไปทำคอลัมน์ท่องเที่ยวกับคุณบก.
สองสาวเราสองจึงพาตัวเองบินหนีกรุงมุ่งตรงสู่เชียงคาน แบบมีเวลาตั้งตัวแค่ 2 วัน
มุ่งหน้าสู่เชียงคาน - หน้าเศร้าที่พายุเข้า นางสาว พ.จึงทำได้เพียงร่วมกิจกรรมยองเส้นให้แหลก ของคุณป้าคำก้อย (คือการนวดแผนไทยด้วยเท้า โดยมีเชือกห้อยลงมาจากคานให้ป้าจับเพื่อถ่วงน้ำหนัก)อนิจจา แค่ได้ยินเสียงลูกค้าคนก่อนหน้าร้องซี๊ดซ้าด เราเลยคิดว่าขอนวดแบบธรรมดาไปก่อน ไว้โอกาสหน้าค่อยว่ากันนะป้านะ
ตื่นเช้าจะมาตักบาตร เจอผู้ชายใส่แว่นหน้าคุ้นๆ ... อ้าว ไอ้เอี่ยวนี่หว่า ตอนมึงอยู่กรุงเทพแทบจะไม่มีเวลาเจอกัน ดั๊น มาบังเอิญเจอกันที่เชียงคาน มันมาเบรคจังหวะชีวิตที่นี่ โอ้โฮ รู้สึกว่ามึงหล่อจัง อยู่ชิลๆ ใกล้บ้านอย่างบางปูก็ไม่ได้ ผลสรุปคือได้ตักบาตรข้าวเหนียวกับเอี่ยว ฝนตกปรอยๆ แต่ก็ยังมีคุณย่าคุณยายมารอตักบาตรตามวิถี หลวงพี่กับเณรต่างเดินเปียกปอน บุญที่เราทำเช้าวันนี้ คงมีสภาพเปียกๆ เหมือนอากาศ แต่แหม...ตื่นเช้ามาตักบาตรพร้อมกับผู้ชาย ช่างโรแมนติกจริงๆ นะมึง
ก่อนที่คณะแรลลี่ชะโงกทัวร์จะเดินทางต่อ มาเชียงคานต้องปั่นจักรยานซะหน่อย แต่ทำไงได้ ฝนก็ตก หิวก็หิว
ตัดใจออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยการปั่นจักรยานฝ่าฝนแบบมือหนึ่งกางร่มไปด้วย ความชื้นเปียกปอนไปทั่วท่อนล่าง กินโจ๊กเสร็จแล้ว เดินลัดเลาะเตาะแตะกับเม็ดฝนเปาะแปะ พี่อ้อยได้เสื้อเพนท์จากโรงแรมพูลสวัสดิ์ ส่วนเราได้ผ้านวมที่คุณแดง(มารดา)สั่งไว้ เธอฝังใจว่าผ้านวมฝ้ายจากอุตรดิตถ์ดีที่สุด เพราะฉะนั้นทฤษฎีความน่าจะเป็น จ.เลย ที่อยู่ใกล้อุตรดิตถ์ก็ต้องดีเหมือนกัน ส่วนเราผู้เป็นบุตรนั้นควรกตัญญูจัด....ให้
สายหน่อย แต่สายฝนก็ยังสลัดกันไม่หลุดง่ายๆ นางสาวพ.ต้องจำลาจากบักเอี่ยวและเมืองเชียงคานเพียงเท่านี้ เพื่อไปปฏิบัติมิชชั่นต่อไป(รู้สึกไม่สาสมกับที่นี่เลย คาดว่าต้องหาเวลามาซ่อมอีกรอบ)
มุ่งหน้าสู่แก่งคุดคู้ เอ่อ... ก็ฝนมันตก น้ำมันขึ้น เลยมองไม่เห็นแก่งอะ
มุ่งหน้าสู่ภูเรือ ...ตามตารางเขียนว่า ดอกไม้เมืองหนาว พร้อมชมความงดงามของธรรมชาติและขุนเขา
อืมมม เราแค่ชอบหมอกรูปร่างง่ายๆ บนเนินเขามากกว่า แต่ขัดใจป้ายแรลลี่คำว่า Media ที่แปะขนาบหน้าต่างรถตู้มาก เซ็งเปะ
Don't miss ระหว่างเส้นเชียงคาน มุ่งหน้า ภูเรือ แวะร้านเค้กอร่อยล้ำ ชื่อเค้ก บ้านฉัน ช็อกโกแลตหน้านิ่มนุ่มๆ คนขายบอกว่า เค้กที่นี่ซื้อเป็นของฝากไม่ได้ เพราะไม่ใส่สารกันบูดและจะต้องแช่เย็นตลอดเวลา ถ้าอยากให้ใครมากิน ต้องชวนเขามากินถึงที่ร้านเอง แผนโปรโมทการท่องเที่ยวรึเปล่าพี่
ไฮไลท์อยู่ที่นี่ ด้านซ้าย เราอยากมาดูผีตาโขนที่นี่นานแล้ว แม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาล แต่อย่างน้อยก็ได้มาถึง
เรานอนที่ภูนาคำ รีสอร์ตสุดฮิป ที่มีควายเป็นซิกเนเจอร์ เสียดาย ไม่ว่างนับว่าควายมีกี่ตัว
นอนบ้านกระท่อมท๊อปวิว วิวที่นี่เป็นแบบ 360 องศา สวยสุดสายตา มีจากูซี่ด้วยนะ ถ้าอยากอาบน้ำแบบวาบหวิวก็ชักผ้าม่านไม้ไผ่ขึ้น คุณจะมองเห็นหุบเขาด่านซ้ายไปพร้อมๆ กับการฟอกสบู่ถูตาตุ่ม
เช้าวันรุ่งขึ้น ตี 4 ตามตารางนัดหมาย เราต้องขึ้นภูเรือ แต่พายุยังเข้าอยู่ ฝนตกจั๊กๆ จึงทำให้ต้องนอนคุคคู้และอดไปภูเรือ ปฏิบัติมิชชันที่เลยเสร็จสิ้น เราจึงอำลาจ.เลย ไปแบบอารมณ์รักแล้วรักเลย แต่ยังไม่ค่อยรู้อะไรเลย ก็เพราะฝนมันตกตลอดเลย
เมื่อคุณบก.และลูกน้อง มีอิสระจากททท.แล้ว คราวนี้เราก็มุ่งหน้าไปทำคอลัมน์ที่พิษณุโลกกันต่อ
ดีใจมากที่พายุสงบ พิษณุโลกมีแดดแผดเผา แม้จะน้อยนิด แต่ก็ไม่อยากให้ฉ่ำทั้งทริป
เรารีเควสว่า หนูอยากไปภูหินร่องกล้าจังเลยค่ะ
ฟังมานักแล้วว่า เส้นทางจากด่านซ้าย - หล่มสัก (เพชรบูรณ์)เป็น scenic road
เจ๊อะเข้ากับตัว ถึงเออ ว่ะ ถนนสายนี้สวยจริง ข้างขวามีลำธาร ขนานไปกับภูเขาข้างซ้าย
สุดสายตาไปไม่ไกลมีพี่ภูเขาตัวใหญ่ใส่เสื้อสีเขียว
ฝนตกเพิ่งเสร็จ พี่ภูเขาเลยพาดผ้าพันคอเป็นสีขาวของสายหมอกซะด้วย Scenic จริงๆ ขอคารวะ 2 จอก
ล้อมกรอบให้อีกนิด
สำหรับผู้ที่อยากไปภูหินร่องกล้า (ใครเหรอ) แนะนำว่า มีเส้นทางขึ้น 2 เส้น เส้นแรก นครไทย พิษณุโลก จะลาดยางเอี่ยมอ่อง ขับปรี๊ดขับปรี๊ดแต่คุณจะไม่ได้สัมผัสกับกีฬาวิบากที่จะทำให้รถช่วงล่างดังครืดคราด แนะนำเส้นหล่มสัก เพชรบูรณ์ ที่สวยชิป โค้งแล้วโค้งอีก แต่วิวงามงด (ค้นพบว่าชอบกิจกรรมนั่งรถขึ้นเขามาก คือนั่งเฉยๆ แล้วให้คนอื่นขับ ส่วนเราก็ชิมอากาศบนดอยไป )
จบทริป Scenic Road แต่พองาม
ถึงเมืองสองแคว เลยขอนอนค้างสองคืน
ทริปนี้ชอบพิษณุโลกมาก เพราะมีเวลาเป็นของตัวเองจริงๆ ได้เอกเขนก ได้ตื่นตี 5ไปตักบาตรหน้าวัดพระศรีซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมานานแล้ว ไอ้การตื่นเช้าเนี่ย ได้เดินตลาดเช้า ได้นั่งดูนกกางเขนพร้อมซดน้ำเต้าหู้ริมแม่น้ำน่าน ได้กินก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่รสชาติก็งั้นๆ สะกิดผู้ร่วมทริปว่า นั่งพับเพียบไม่ได้นะคะ เราต้องมานั่งห้อยขา ! ได้ว่ายน้ำทางยาวในห้องพักแบบพูลวิลล่า ลองตดในอ่างจากูซี่ เห็นเป็นฟองปุ๋งๆ เหมือนแรงดันจากูซี่เลยอะ (ทุเรศที่สุด) และได้ไปหาหมอดูแม่นมากๆๆ ที่พิจิตร (เอ่อ ไหนว่ามาทำงาน)
ปล. พิจิตรมี 2 สิ่งที่ติดตา คือ บ้านไม้ใต้สะพานย่านเก่า ที่อ.ตะพานหิน และจระเข้สวมชุดไทยที่ยืนสวัสดีแขกไปใครมาเกือบทุกสี่แยก
สูดอากาศจนเต็มปอดแล้ว จึงมีแรงกลับมาปั่นต้นฉบับได้อีกเฮือกใหญ่
ขอจบการรายงานสภาพอากาศของเด็กด้อยอากาศแต่เพียงเท่านี้







































